หน้าที่สมณศักดิ์ และผลงาน:-
- ก่อตั้งสำนักเรียนพระปริยัติธรรม นักธรรมบาลีที่วัดพระพุทธบาทตากผ้า
- ก่อตั้งสำนักวิปัสสนากัมมัฏฐาน วัดพระพุทธบาทตากผ้า
- ก่อสร้างถาวรวัตถุ ตามวัดต่างๆ สถานที่ต่างๆ อีกมากมาย เช่นอุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฎิสงฆ์ และโรงเรียนพระปริยัติธรรม พรหมจักรสังวรกิตติขจรประชาสรรค์ เป็นต้น รวมทั้งงานซ่อมแซมสถานที่ต่างๆ
- เป็นประธานสร้างอุโบสถ ศาลาการเปรียญ และกุฏิวัดป่าหนอเจดีย์
- เป็นประธานสร้างกำแพง ซ่อมพระอุโบสถ วิหารและเจดีย์ วัดพระนอนม่อนช้าง
- เป็นประธานสร้างวิหารวัดม่อนมะหิน ขึ้น ๑ หลังและเป็นประธานสร้างพระวิหารและโรงเรียนประถมปลาย "พรหมาประชาอุทิศ"บ้านมะกอก
- ได้ช่วยเหลือสร้างวิหารวัดบ้านหวาย กุฏิช้างค้ำ
- พ.ศ. ๒๔๙๑ เป็นประธานบูรณะปฏิสังขรณ์วัดพระพุทธบาทตากผ้า พระวิหารจตุรมุขครอบรอยพระบาท พระอุโบสถ วิหาร ศาลา เสนาสนะต่างๆ ฯลฯ
- พ.ศ. ๒๔๙๖ เป็นผู้อำนวยการการศึกษาพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดพระพุทธบาทตากผ้า
- พ.ศ. ๒๕๐๐ ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโทที่ "พระครูพรหมจักรสังวร" ฝ่ายอรัญวาสี
- พ.ศ. ๒๕๐๒ ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาทตากผ้า
- พ.ศ. ๒๕๐๕ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์
- พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก
- พ.ศ. ๒๕๑๑ ได้รับประกาศนียบัตรวัดพระพุทธบาทตากผ้าเป็นวัดพัฒนาดีเด่น
- พ.ศ. ๒๕๑๖ ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอกพิเศษ
- พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ "พระสุพรหมยานเถร"
- พ.ศ. ๒๕๒๒ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวงวัดพระพุทธบาทตากผ้า เป็นเจ้าสำนักวิปัสสนากัมมัฏฐานวัดพระพุทธบาทตากผ้าเป็นกรรมการชำระ พระไตรปิฎก ฉบับลานนา ฯลฯ
- พ.ศ. ๒๕๒๒ รับการยกฐานะวัดพระพุทธบาทตากผ้าให้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ
ธรรมเทศนา :- ชีวิตของเราทั้งหลายนั้นมันไหลไปตามกระแสแห่งความอยาก คือ
ตัณหา มันจึงดิ้นรน วุ่นวาย เป็นทุกข์ทรมาน เพราะว่าเรา
ไม่มีสติมากันกระแสแห่งตัณหา คือ ความอยาก เรามาปฏิบัติ
วิปัสสนากัมมัฏฐานจุดมุ่งหมายก็เพื่อที่จะชำระจิตใจของเรา ให้บริสุทธิ์ ให้สะอาด
หรือมาปิดกั้นเสีย ซึ่งกระแสแห่งตัณหา คือ ความอยาก จำเป็นที่จะต้องปลูกสติ
สร้างสติขึ้นให้แก่กล้า จึงจะสามารถปิดกั้นเสีย ซึ่งกระแสแห่งตัณหาได้
การปฏิบัติธรรม ท่านครูบาพรหมา(หลวงพ่อพระพุทธบาทตากผ้า) ได้เทศนาไว้มาก
พอจะสรุปได้ว่า
ขั้นแรกท่านได้ตั้งใจสมาทานอธิษฐานเอาธุดงค์ธรรมตามกำลังที่จะปฏิบัติได้
แล้วได้ฝึกหัดเป็นคนสันโดษมักน้อย อยู่ง่าย ฉันง่าย
ปรับปรุงจิตใจให้เข้ากับธรรมชาติ พยายามฝึกจิตให้อาจหาญเป็นสมถภาวนา
มีพุทธานุสติและอภิณหปัจเวกขณ์ เป็นต้น แล้วพิจารณาสังขาร รูป นาม
ให้เห็นเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ตามระเบียบวิธีแห่งการปฏิบัติธรรม
ทั้งนี้มิใช่มุ่งหมายอย่างอื่นหากมุ่งหมายความที่พระพุทธองค์ตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย
พรหมจรรย์นี้เราประพฤติมิใช่เพื่อหลอกลวงคน มิใช่เพื่อเรียกร้องให้คนนับถือ
มิใช่เพื่อลาภสักการะและความสรรเสริญเยินยอ
ที่แท้พรหมจรรย์นี้เราประพฤติเพื่อสังวรคือความสำรวมเพื่อปหานะคือความละเว้น
และเพื่อนิโรธะคือความดับทุกข์"
ขอขอบคุณข้อมูลจากพี่โชติ ศิษย์ รุ่นกลาง 2513-2520
|